จีวร: การเย็บ

การเย็บ

การเย็บเป็นขั้นตอนที่อาศัยความชำนาญ หากสามารถกระดูกให้เล็กได้รอยต่อระหวางเส้นต่างๆ ก็จะสวยงาม กระดูกที่สวยจะพับเย็บประมาณไม่เกิน 2 มิลลิเมตร ต้องเย็บตามลำดับดังนี้

1.เย็บเส้นกุสิ (เส้นขาด) ตามแนวยาวของผ้า ให้เป็นกระดูก แล้วล้มกระดูก ทุกเส้น (เย็บครั้งที่สอง)
2.เย็บเส้นอัฑฒกุสิ (ตามแนวขวางของผ้า) ให้เป็นกระดูก แล้วล้มกระดูก ทุกเส้น (เย็บครั้งที่สอง)
3.เย็บเส้นตัด ที่อยู่ขนานกับเส้นกุสิ (เส้นขาด) ทุกเส้น แล้วล้มกระดูก
4.เย็บเส้นต่อกระดูกสำหรับชิ้นที่ต้องต่อผ้า เช่นขัณฑ์ 3-4, ขัณฑ์ 6-7

การขึ้นกระดูกผ้า

ตัวอย่างการขึ้นเย็บกระดูกผ้า

การเย็บขึ้นกระดูกผ้า

ตัวอย่างการเย็บขึ้นกระดูกผ้า

การเย็บล้มกระดูกผ้า

ตัวอย่างเย็บการล้มกระดูก

การเย็บล้มกระดูกผ้า

ตัวอย่างการเย็บล้มกระดูก

ขั้นตอนการเย็บ
โดยมีรายละเอียดมีดังนี้

ขัณฑ์ที่ 1
1.เย็บกระดูกเส้นอัฑฒกุสิเส้นบน ด้วยการพับด้านบนลงมา ให้อยู่ด้านล่างเวลาเย็บ
2.คลี่ผ้าออกล้มกระดูกไปทางด้านอัฑฒมณฑล (ด้านบน) แล้วเย็บล้มกระดูก จะเห็นเส้นอัฑฒกุสินูนขึ้นมา
3.เย็บเส้นอัฑฒกุสิกุสิเส้นล่าง ด้วยการพับด้านบนลงมา ให้อยู่ด้านล่างเวลาเย็บ
4.คลี่ผ้าออกล้มกระดูกไปทางมณฑล (ด้านล่าง) แล้วเย็บล้มกระดูก จะเห็นเส้นกุสินูนขึ้นมา

ขัณฑ์ที่ 2-4
1.เย็บกระดูกเส้นกุสิหยุดย้ำหัวเข็มตรงเส้นอัฑฒกุสิด้านบน แล้วข้ามเส้นอัฑฒกุสิด้านล่างไปเย็บเส้นกุสิต่อ อย่าลืมย้ำหัวผ้าทุกครั้ง
2.พับกระดูกมาทางมณฑล แล้วล้มกระดูก จะสังเกตุเห็นกุสินูนขึ้น
3.เย็บเส้นอัฑฒกุสิด้านบน
4.พับกระดูกอัฑฒกุสิไปทางด้านบน เย็บล้มกระดูก
5.เย็บกระดูกด้านล่าง
6.พับกระดูกอัฑฒกุสิมาทางด้านล่าง เย็บล้มกระดูก อัฑฒกุสิจะนูนขึ้นคล้ายคันนา
7.เย็บกระดูกเส้นตัดขัณฑ์ ยกเว้นขัณฑ์ที่ 3 รอเย็บตอนต่อผ้า
8.คลี่ผ้าออกล้มกระดูกมาทางชายผ้า (อนุวาต) จะเห็นเส้นกุสินูนขึ้นเป็นคันนา และปิดรอยเย็บของเส้นอัฑฒกุสิ

ขัณฑ์ที่ 5
ขัณฑ์นี้จะพิเศษตรงที่มีกุสิ 2 อัน และอีกข้อสังเกตุ จะเห็นอัฑฒกุสิผ่ากลางกุสิ มีขั้นตอนการเย็บดังนี้
1.เย็บกระดูกเส้นกุสิหยุดย้ำหัวเข็มตรงเส้นอัฑฒกุสิด้านบน แล้วข้ามเส้นอัฑฒกุสิด้านล่างไปเย็บเส้นกุสิต่อ อย่าลืมย้ำหัวผ้าทุกครั้ง
2.พับกระดูกมาทางมณฑล แล้วล้มกระดูก จะสังเกตุเห็นกุสินูนขึ้น
3.เย็บกระดูกอัฑฒกุสิด้านบน
4.พับกระดูกขึ้นด้านบนแล้วเย็บล้มกระดูก กระดูกจะปิดรอยหัวเข็มของเส้นกุสิ
5.เย็บกระดูกอัฑฒกุสิด้านล่าง
6.พับกระดูกลงด้านล่างแล้วเย็บล้มกระดูก อัฑฒกุสิจะเป็นนูนเป็นคันนา
7.เย็บกระดูกเส้นตัดขัณฑ์ด้านติดขัณฑ์ 4
8.พับกระดูกมาทางขััณฑ์ 4 แล้วเย็บล้มกระดูก
9.เย็บกระดูกเส้นตัดขัณฑ์ด้านติดขัณฑ์ 6
10.พับกระดูกมาทางขััณฑ์ 6 แล้วเย็บล้มกระดูก

ขัณฑ์ที่ 6-8
1.เย็บกระดูกเส้นกุสิหยุดย้ำหัวเข็มตรงเส้นอัฑฒกุสิด้านบน แล้วข้ามเส้นอัฑฒกุสิด้านล่างไปเย็บเส้นกุสิต่อ อย่าลืมย้ำหัวผ้าทุกครั้ง
2.พับกระดูกมาทางมณฑล แล้วล้มกระดูก จะสังเกตุเห็นกุสินูนขึ้น
3.เย็บเส้นอัฑฒกุสิด้านบน
4.พับกระดูกอัฑฒกุสิไปทางด้านบน เย็บล้มกระดูก
5.เย็บกระดูกด้านล่าง
6.พับกระดูกอัฑฒกุสิมาทางด้านล่าง เย็บล้มกระดูก อัฑฒกุสิจะนูนขึ้นคล้ายคันนา
7.เย็บกระดูกเส้นตัดขัณฑ์ ยกเว้นขัณฑ์ที่ 6 รอเย็บตอนต่อผ้า
8.คลี่ผ้าออกล้มกระดูกมาทางชายผ้า (อนุวาต) จะเห็นเส้นกุสินูนขึ้นเป็นคันนา และปิดรอยเย็บของเส้นอัฑฒกุสิ

ขัณฑ์ที่ 9
1.เย็บกระดูกเส้นอัฑฒกุสิเส้นบน ด้วยการพับด้านบนลงมา ให้อยู่ด้านล่างเวลาเย็บ
2.คลี่ผ้าออกล้มกระดูกไปทางด้านอัฑฒมณฑล (ด้านบน) แล้วเย็บล้มกระดูก จะเห็นเส้นอัฑฒกุสินูนขึ้นมา
3.เย็บเส้นอัฑฒกุสิกเส้นล่าง ด้วยการพับด้านบนลงมา ให้อยู่ด้านล่างเวลาเย็บ
4.คลีผ้าออกล้มกระดูกไปทางมณฑล (ด้านล่าง) แล้วเย็บล้มกระดูก จะเห็นเส้นกุสินูนขึ้นมา

การเย็บต่อผ้า
เมื่อเย็บเรียบร้อย ต่อผ้าทั้งสามส่วนเข้ากัน ล้มตะกระดูกตามแนวว่าอยู่ด้านไหน โดยมีวิธีการเย็บดังนี้

1.นำผ้าขั้นที่ต้องการให้เห็นตะเข็บ (ในตัวอย่างใช้สีน้ำตาลเพื่อให้เห็นแตกต่าง) มาซ้อนด้านบนของผ้าที่จะต่อ โดยให้เหลื่อมออกมาไม่เกิน 5 มิลลิเมตร (3 มิลเมตรจะสวย) แล้วพับผืนล่างห่อผืนบน ผ้าจะเป็นสามชั้น

การต่อผ้า

วางผ้าทับเหลื่อมประมาณ 3 มิลลิเมตร

การต่อผ้า

พับชิ้นล่างห่อทับจะกลายเป็นสามชั้น

2.เย็บห่างจากขอบประมาณ 2 มิลลิเมตร ตามรอยเย็บดังตัวอย่าง ระวังอย่างยิ่งว่าผืนสีขาวต้องชิดขอบที่พับ ไม่เช่นนั้นผ้าจะหลุด

การต่อผ้า

เย็บจากรอยพับประมาณ 2 มิลลิเมตร


การต่อผ้า

เย็บจากรอยพับประมาณ 2 มิลลิเมตร


3.เมื่อเย็บตลอดแล้ว ตรวจ ให้แน่ใจว่าผ้าสองผืนติดกัน ไม่มีที่หลุด
จากนั้น ขลิบส่วนที่พับหลังแนวเย็บ ทางซ้ายมือ ให้เหลือเล็กที่สุด แล้วคลี่ชิ้นล่างออกแผ่ดังภาพ
การต่อผ้า

คลี่ผ้าออกตรวจ


4.ตอนนี้ผ้าตรงบริเวณต่อจะเป็น 4 ชั้น และจะเห็นแนวเย็บที่เย็บตามขั้นที่ 2 ดังภาพ แล้วเย็บชิดด้านซ้ายมือ ให้แนวเย็บเดิมอยู่ทางขวามือ
การต่อผ้า

คลี่ผ้าออกตรวจ


5.เมื่อพลิกอีกด้านจะได้แนวตะเข็บเป็นเส้นเดียว

การต่อผ้า

ค้านที่เย็บจะเป็นสองเส้น

การต่อผ้า

พลิกอีกด้านจะเป็นแนวเย็บเส้นเดียว

หมายเหตุ: ก่อนต่อผ้ากำหนดให้แน่ใจว่าเมื่อต่อเสร็จกระดูกผ้าจะล้มไปด้าไหน

การเจียนหัวผ้า

หลังจากเย็บเสร็จแล้วจะทำการเจียนหัวผ้าเพื่อให้เป็นเส้นตรงให้มากที่สุด เพื่อสะดวกแก่การเข้าอนุวาต หรือชายผ้า (ขอบ) มีวิธีทำดังต่อไปนี้

1.ปูผ้าจีวรที่เย็บต่อเรียบร้อยแล้วให้เรียบ
2.ดึงตะเข็บ (กระดูก) ทุกส่วนให้ยืด ด้วยการดึงหัว-ท้ายของกระดูก ที่ทำเช่นนี้เพราะป้องกันการเจียนผ้าที่ยังไม่ยืดพอ แล้วจะได้ไม่ตกท้องช้าง (ผ้าเป็นเส้นโค้งในแต่ละขัณฑ์)

การใส่อนุวาต

ผ้าจะดูประณีตหรือไม่เพียงไร ส่วนที่สำคัญอีกที่ก็คือการใส่ขอบชายผ้า หรืออนุวาต อนุวาตที่นำมาใส่ต้องตัดตามทางผ้า หมายความว่า หากเป็นผ้าด้านขวางก็ให้ตัดด้านข้าง ผ้าที่เป็นด้านยาวก็ต้องตัดด้านยาว เหตุเพราะว่าผ้าแต่ละด้านจะหดไม่เท่ากัน

สำหรับจีวรจะตัดอนุวาตขนาด 18 ซม (เพื่อพับด้านยาวทั้งสองด้านให้เหลือขนาดจริง 16 ซม.) ยาวเท่าขนาดของจีวรทั้งสี่ด้าน

1.รีดริมจีวรทั้งสี่ด้าน ขนาด 1 ซม.
2.นำอนุวาต มาประกบ แล้วเย็บริมนอกทั้งสี่ด้าน เหลือตรงมุมผ้า ประมาณ 5 ซม. เพื่อการเข้ามุม
3.ทำมุมทั้งสี่ ให้ได้ฉาก
4.เย็บขอบอนุวาตด้านในทั้งสี่ด้าน

การเข้ารังดุม

ในพระวินัยกำหนัดไว้ว่าจีวรต้องมี ลูกดุม และรังดุม เพื่อช่วยในการห่มผ้าให้เป็นปริมณฑล ไม่หลุด ไม่เวิกให้เห็นส่วนที่ไม่ควรเห็น การเข้ารังดุมจะเข้่าส่วนคอ และส่วนมุมผ้า ลูกดุมนั้นทำด้วยด้ายเส้นหนาๆ มาถักเป็นลูกตะกร้อ หรือ มือลิง ส่วนรังดุมใช้ด้านชนิดเดียวกัน ฝั่นเป็นเกลียวแล้วทบครึ่ง ดูรายละเอียดการทำรังดุม และ ลูกดุม ในภาคผนวก

การเย็บรังดุมและลูกดุมติดกับผ้า
1.ตัดผ้าเป็นชิ้นสีี่เหลี่ยมจัตุรั 5 x 5 ซม.
2.พับริมเข้ามาทั้งสองด้านให้เท่ากัน ผ้าจะกลายเป็นสองชั้น โดยมีชายผ้าอยู่ตรงกลาง
3.พับริมอีกด้านเข้ามาลักษณะเดียวกัน ผ้าจะกลายเป็นสี่ชั้นโดยมีชายผ้าอยู่ตรงกลาง

การทำเช่นนี้จะสามารถซ่อนชายผ้าได้ มีประโยชน์ในเวลาเย็บเส้นด้ายของผ้าจะไม่ลุ่ย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s